แดเนียล เคร็ก ย้ำจะวางมือจากบท เจมส์ บอนด์ จริงๆ พร้อมยอมรับว่าจูบ รามี่ มาเลค เพื่อทำลายกำแพง

ขณะไปร่วมเป็นแขกรับเชิญในรายการ The Late Show With Stephen Colbert เมื่อวันศุกร์ที่ 22 พฤศจิกายนที่ผ่านมา แดเนียล เคร็ก (Daniel Craig) ได้คอนเฟิร์มอีกครั้งว่า No Time to Die จะเป็นหนังเรื่องสุดท้ายของเขาในฐานะ เจมส์ บอนด์

ในรายการพิธีกร สตีเฟ่น โคลเบิร์ต (Stephen Colbert) ถาม เคร็ก ว่า “คุณเสร็จสิ้นภารกิจในฐานะบอนด์แล้วหรอ?” ซึ่ง เคร็ก ก็ตอบว่า “ใช่ครับ มันเสร็จสิ้นแล้วครับ” แน่นอนว่านี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่ เคร็ก ออกมาบอกว่าเขาพร้อมที่จะอำลาแฟรนไชส์ชุด James Bond แล้ว เมื่อปี 2015 เคร็ก ก็เคยให้สัมภาษณ์กับ Time Out ว่าเขาคงจะไม่กลับมาร่วมแสดงในหนังชุดนี้อีกแล้ว แต่สุดท้ายเขาก็เปลี่ยนใจยอมเซ็นต์สัญญากลับมานำแสดงใน No Time to Die อีกครั้ง

Image result for Daniel Craig The Late Show With Stephen Colbert 2019

ในรายการ เคร็ก ยังได้เผยถึงเหตุผลที่ทำให้เขามองว่านักเขียน โฟบี้ วอลเลอร์-บริดจ์ (Phoebe Waller-Bridge) จาก Fleabag และ Killing Eve ควรที่จะเข้ามาร่วมรังสรรค์บท No Time to Die ด้วยว่า “ผมรู้ว่าเธอทำได้ดีจาก Fleabag แต่ผมได้ดู Killing Eve แล้ว ผมได้เห็นสิ่งที่เธอทำลงไปในหนังเรื่องนั้น และผมก็คิดว่ามันน่าประทับใจดีนะ”

สุดท้าย เคร็ก ยังยืนยันด้วยตัวเองอีกว่าเขาเคยจูบ รามี่ มาเลค (Rami Malek) ผู้ที่จะมารับบทเป็นตัวร้ายใน No Time to Die จริง หลังจากที่พวกเขาได้ลองหาหนทางที่จะแสดงฉากที่ต้องใช้เล่ห์เหลี่ยมด้วยกัน “ผมจูบนักแสดงนำชายของผมทุกคนแหละ” เคร็ก กล่าวอย่างหน้าตาเฉย “ผมว่ามันเป็นวิธีทำลายกำแพงน่ะ”

No Time to Die มีกำหนดเข้าฉายในบ้านเราวันที่ 9 เมษายน 2020

Daniel Craig in No Time to Die (2020)

ที่มา: ew.com | NANGDEE

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *