เจสซี่ ไอเซนเบิร์ก และ คริสเตน สจ๊วต ประกบคู่กันอีกครั้ง ใน Café Society ณ ที่นั่นเรารักกัน

Café Society ณ ที่นั่นเรารักกัน ภาพยนตร์โรแมนติกคอเมดี้เรื่องล่าสุดของผู้กำกับภาพยนตร์มากฝีมือ วู้ดดี้ อัลเลน (Woody Allen)

เล่าเรื่องราวในยุค1930 อันเป็นยุคทองของฮอลลีวู้ด บ๊อบบี้ (Jesse Eisenberg – เจสซี ไอเซนเบิร์ก) ชายหนุ่มผู้อยากจะเป็นผู้จัดการดาราฮอลลีวู้ด แต่ดันไปตกหลุมรักกับ วอนนี่ (Kristen Stewart – คริสเตน สจ๊วต) เลขาสาวของ ฟีล (สตีฟ คาเรล – Steve Carell) คุณลุงผู้เป็นเจ้านายของเขา วู้ดดี้ อัลเลน กล่าวว่าจุดกำเนิดของภาพยนตร์เรื่องนี้ก็มาจากเรื่องความรัก “ผมคิดว่าเรื่องรักนี่แหละที่สร้างแรงบันดาลใจให้ผม ความรักระหว่างตัวละครซึ่งก็คือแรงบันดาลใจโดยรวมที่ก่อให้เกิดหนังเรื่องนี้” และนอกจากจะเป็นภาพยนตร์รักชั้นดีล่าสุดของอัลเลนแล้ว ยังถือเป็นการกลับมาถ่ายทำที่กรุงลอสแองเจลิสในรอบ 39 ปี หลังจากเรื่อง แอนนี่ ฮอลล์ (Annie Hall) ผลงานที่ทำให้อัลเลนคว้ารางวัลออสการ์ สาขาผู้กำกับและเขียนบทยอดเยี่ยม รวมถึงรางวัลภาพยนตร์ยอดเยี่ยม และ รางวัลสาขานักแสดงนำหญิงยอดเยี่ยมจาก ไดแอน คีตัน (Diane Keaton) อีกด้วย ขณะเดียวกันก็ได้ถ่ายทำในมหานครนิวยอร์กตามสไตล์ของอัลเลนเหมือนที่ผ่านมา

ส่วนไฮไลท์ของนักแสดงในเรื่องนี้ก็คือ การจับคู่กันเป็นครั้งที่ 3 ของสองดารามาแรงแห่งยุค เจสซี่ ไอเซนเบิร์ก และ คริสเตน สจ๊วต ที่เคยเจอกันมาแล้วจาก แอดเวนเจอร์แลนด์ ซัมเมอร์นั้นวันรักแรก (Adventureland ในปี 2009) และ พยัคฆ์ร้ายสายซี๊ดดดด (American Ultra ในปี 2015) ซึ่งการกลับมาพบกันในครั้งนี้ ผู้กำกับฯ ได้อธิบายว่า “ผมต้องการคนเก่ง ๆ สองคนมาเล่นหนังเรื่องนี้ โดยเฉพาะนักแสดงหญิงที่มีวุฒิภาวะ เสน่ห์ และทำให้คนดูเชื่อว่าเธอเป็นเลขาชาวเนบราสก้าผู้ไร้เดียงสาในฮอลลีวูด แต่ภายหลังก็เปลี่ยนแปลงตนเองจนกลายเป็นคนสังคมชั้นสูงผู้เจนโลก แต่งองค์ทรงเครื่องเข้าสังคมราตรีได้”

ทางด้าน เจสซี่ ไอเซนเบิร์ก ก็พูดถึงการทำงานร่วมกับปรมาจารย์ทางด้านภาพยนตร์อย่างอัลเลนเป็นครั้งที่ 2 ต่อจาก รักกระจายใจกลางโรม (To Rome with Love – 2012) ว่าการร่วมงานครั้งนี้ลดความหวาดวิตกและเป็นกันเองมากขึ้น “ผมคิดว่านั่นเป็นเรื่องที่แปลก ที่ใครสักคนที่เป็นนักเขียนบทหนังที่ดีที่สุด และมีจังหวะกับน้ำเสียงอันโดดเด่น ได้เปิดรับ และเป็นกันเองมากขึ้น เขาเปิดให้เรามีอิสระในการเปลี่ยนแปลงเพิ่มเติมคำพูดของเขา ที่เราไม่ต้องการ หรือต้องการเติมลงในช่องว่างถ้าเกิดมี เพราะเราต้องถ่ายทำฉากลองเทคภายในหนึ่งช็อต” และพูดถึงการกลับมาร่วมงานกับ คริสเตน สจ๊วต ว่า “มันออกจะเป็นเรื่องบังเอิญมากกว่าแต่เป็นความบังเอิญที่ยอดเยี่ยมทีเดียว เพราะเธอเจ๋ง มีฝีมือมากและเธอก็รวยอารมณ์ขันด้วย หนัง 3 เรื่องที่เราร่วมงานด้วยกันก็มีแนวตลกที่คล้ายคลึงกัน การทำงานร่วมกับคริสเตนจึงเป็นเรื่องที่น่าจดจำเลยทีเดียว เพราะเธอไม่ใช่แค่เป็นคนตลกนะ เธอเป็นนักแสดงจริงจังที่ดีเลิศอีกด้วย”

ส่วนคริสเตน สจ๊วตที่ร่วมงานกับอัลเลนเป็นครั้งแรกก็พูดถึงการทำงานของเขาว่า “หนังของเขาคือรูปแบบแท้จริงของงานฝีมือแสนประณีต เขาเปรียบเสมือนช่างฝีมือระดับอาจารย์ ในกองถ่ายทำ เขาจะพาคุณเข้าสู่โลกของเขาและเขาก็จะทำทุกอย่างด้วยความสามารถของเขาให้รู้สึกว่ามันง่ายดาย สนุกสนานเป็นกันเองจนในที่สุดแล้ว คุณไม่ได้รู้สึกเลยว่าตนเองกำลังทำงานอยู่” และพูดถึงการโคจรเป็นครั้งที่ 3 กับไอเซนเบิร์ก “เราเป็นเพื่อนกัน เราเจอกันในกองถ่ายหนัง 3 เรื่องที่แตกต่างกัน นั่นก็เป็นเรื่องสนุกจริงๆที่ได้เห็นวิวัฒนาการของคู่รัก 3 คู่ที่เราก่อร่างขึ้นมา ตั้งแต่เด็กวัยรุ่น จนถึงคน 2 คนที่เผชิญหน้ากับความจริงแสนลำบากของชีวิตและทางเลือกที่สะเทือนความรู้สึก มันง่ายดีที่เรามาทำอะไรเปิ่นๆด้วยกัน ดังนั้นฉันเข้ากับเขาง่าย ไม่รู้สึกผิดละอายอะไรหรอก และนักแสดงเพื่อนร่วมจอนี่แหละที่ฉันสามารถคลายความกังวลได้”

Café Society ณ ที่นั่นเรารักกัน ร่วมด้วยดาราดังอีกคับคั่ง อาทิ เบลค ไลฟ์ลี่ (Blake Lively), สตีฟ คาเรล (Steve Carell), พาร์คเกอร์ โพซีย์ (Parker Posey), คอรีย์ สโตลล์ (Corey Stoll), เคน สต็อตต์ (Ken Stott), จีนนี่ เบอร์ลิน (Jeannie Berlin) 14 กรกฎาคม ในโรงภาพยนตร์

 

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *