พรสวรรค์จาก 3 นักเล่าเรื่องผู้ยิ่งใหญ่ที่สุดของโลก โรอัลด์ ดาห์ล, วอลท์ ดิสนีย์ และ สตีเวน สปีลเบิร์ก ครั้งแรกกับการเนรมิต “The BFG” เรื่องราวสุดคลาสสิกของ ดาห์ล ให้โลดแล่นบนจอเงิน

THE-BFG-13

ภาพยนตร์ดิสนีย์เรื่อง “The BFG” ภายใต้การกำกับของ สปีลเบิร์ก บอกเล่าเรื่องราวเหนือจินตนาการเกี่ยวกับ เด็กหญิง และ ยักษ์ใหญ่ ผู้ทำให้เธอได้รู้จักกับความมหัศจรรย์และภยันตรายของเมืองยักษ์
ดิสนีย์  และ แอมบลิน เอนเตอร์เทนเมนต์ ร่วมกับ วอลเดน มีเดีย ภูมิใจเสอ ภาพยนตร์แฟนตาซีผจญภัย  “The BFG เดอะ บีเอฟจี – ยักษ์ใหญ่หัวใจหล่อ” ภาพยนตร์ที่นำเอาเรื่องราวของ โรอัลด์ ดาห์ล เกี่ยวกับ วัยเด็ก เวทมนตร์ของความฝัน และมิตรภาพพิเศษสุดระหว่างเด็กหญิงตัวน้อยและยักษ์ใหญ่หัวใจหล่อ ขึ้นสู่จอเงินเป็นครั้งแรก ภาพยนตร์เรื่องนี้ ภายใต้การกำกับของ สตีเวน สปีลเบิร์ก เจ้าของสาม รางวัล อคาเดมี อวอร์ด เป็นการกลับมาร่วมงานกันอีกครั้ง ระหว่างผู้กำกับคนดังกับ เมลิสซา มาธิสัน ผู้ร่วมงานผู้ได้รับการเสนอชื่อชิงออสการ์ของเขาจาก “E.T. The Extra-Terrestrial” ผู้นำเรื่องราวการผจญภัยอมตะของนักเขียนนิยายสำหรับเด็กเรื่องนี้ขึ้นสู่จอเงิน “The BFG” อำนวยการสร้างโดย สปีลเบิร์ก, แฟรงค์ มาร์แชล และ แซม เมอร์เซอร์  ร่วมด้วยแคธลีน เคนเนดี้, จอห์น แมดเดน, คริสตี้ มาคอสโก้ ครีเกอร์ และ ไมเคิล ซีเกิล รับหน้าที่ผู้ควบคุมงานสร้าง

ภาพยนตร์เรื่องนี้นำแสดง โดย มาร์ค ไรแลนซ์ นักแสดงเจ้าของ สาม รางวัลโทนี อวอร์ด สองรางวัลโอลิเวียร์ อวอร์ด และ หนึ่งรางวัลออสการ์ ในบท “ยักษ์ใหญ่หัวใจหล่อ”, นักแสดงหน้าใหม่  รูบี้ บาร์นฮิล ในบท โซฟี เด็กหญิงกำพร้าผู้ผูกมิตรกับเขาและถูกพาไปเยือนโลกของยักษ์, เพเนโลเป้ วิลตัน ในบท พระราชินี, เจเมน เคลมองท์ ในบท เฟลชลัมป์อีตเตอร์ ยักษ์ผู้น่าสะพรึงกลัวที่สุดจากเมืองยักษ์, รีเบ็กก้า ฮอล ในบท แมรี สาวรับใช้ของพระราชินี , เรฟ สปอล ในบท มิสเตอร์ทิบส์ พ่อบ้านของพระราชินี และ บิล เฮเดอร์ ในบท บลัดบอทเทลอร์ ยักษ์เกเรอีกตนหนึ่งจากเมืองยักษ์

กว่า 40 ปีมาแล้วที่ สตีเวน สปีลเบิร์ก ได้แบ่งปันเรื่องราวของเขากับผู้ชมทั่วโลก เขาได้แนะนำตัวละครที่พิเศษสุดมากมายให้กลายเป็นส่วนหนึ่งของวัฒนธรรมและทำให้ผู้ชมรุ่นแล้วรุ่นเล่า ได้รู้จักกับโลกที่มหัศจรรย์ น่าสะพรึงกลัว มีเสน่ห์และสมจริง      เรื่องราวของ โรอัลด์ ดาห์ล เกี่ยวกับมิตรภาพระหว่างเด็กหญิงและยักษ์ลึกลับดูเหมือนจะเหมาะกับการเป็นผลงานของผู้กำกับคนดังเป็นอย่างดี และแม้ว่าดูเหมือนโชคชะตาจะกำหนดไว้แล้วว่าซักวันหนึ่ง โซฟีและย.จ.ล.จะได้อยู่ภายใต้การดูแลของสปีลเบิร์ก มันก็ต้องใช้เวลาหลายทศวรรษนับจากที่หนังสือเรื่องนี้ถูกตีพิมพ์ก่อนที่การเดินทางสู่จอเงินจะเริ่มต้นขึ้น “The BFG” โดยดาห์ลตีพิมพ์ครั้งแรกในปี 1982 ปีเดียวกับที่ “E.T. The Extra-Terrestrial” เรื่องราวของสปีลเบิร์กเกี่ยวกับมิตรภาพที่ไม่ธรรมดาและเปลี่ยนแปลงชีวิต ได้ติดตรึงอยู่ในหัวใจและจินตนาการของทั้งเด็กและผู้ใหญ่ นักเขียนชาวอังกฤษผู้นี้เป็นหนึ่งในนักเล่าเรื่องที่สร้างสรรค์ ซุกซนและประสบความสำเร็จสูงสุดของโลก เขาเป็นคนที่เข้าใจความคิดอ่านของเด็กๆ และมีพรสวรรค์ในการสร้างตัวละครที่เด็กๆ สามารถเข้าถึงได้และเนื้อเรื่องที่จะทำให้เด็กๆ คอยติดตาม
ความสามารถของเขาการผสมผสานเรื่องราวมหัศจรรย์เข้ากับสิ่งที่น่าสะพรึงกลัว และการทำให้เด็กๆ เป็นตัวเอกในเรื่องราวสร้างสรรค์ของเขา และผู้ใหญ่เป็นตัวร้าย ไม่มีใครในโลกวรรณกรรมสามารถเทียบได้ แม้ว่าเรื่องราวของดาห์ลจะบ่งชี้ว่าชีวิตอาจจะลำบากและบางครั้งก็น่ากลัว รวมทั้งมีทั้งเรื่องดีและเรื่องร้าย แต่เขาก็ไม่เคยชี้นำผู้อ่านของเขา

“เขากล้าหาญมากๆ ที่ใช้ส่วนผสมระหว่างด้านมืดและด้านสว่าง ซึ่งเป็นลายเซ็นดั้งเดิมของวอลท์ ดิสนีย์ในผลงานช่วงเริ่มแรกของเขาอย่าง Dumbo, Fantasia, Snow White และ Cinderella (ดัมโบ, แฟนเทเชีย, สโนว์ ไวท์, ซินเดอเรล่า ) เรื่องราวที่ทั้งน่ากลัวและฟื้นฟูจิตใจในเวลาเดียวกัน รวมถึงสอนบทเรียนที่เป็นอมตะให้กับทุกคนได้ มันเป็นสิ่งที่วิเศษสุดที่ดาห์ลได้รังสรรค์ขึ้นมา และมันก็เป็นหนึ่งในสิ่งที่ทำให้ผมสนใจ อยากจะกำกับหนังที่สร้างจากหนังสือเรื่องนี้ของดาห์ลครับ ซึ่ง ผู้อำนวยการสร้าง “แฟรงค์ มาร์แชล” (Jurassic World, แฟรนไชส์ Bourne) ได้เล่าว่า “เรื่องราวของดาห์ลไม่ใช่แฟนตาซีแสนสุข มันมีอารมณ์ขันมากมายก็จริง แต่ก็มีด้านที่มืดหม่นด้วย เขายืนอยู่บนเส้นแบ่งบางๆ ครับ มันน่ากลัวนิดๆ ซึ่งผมคิดว่านั่นคือสิ่งที่ดึงดูดใจผู้อ่านครับ” ผมเอง (สปีลเบิร์ก) เป็นแฟนผลงานของดาห์ลมานานแล้ว จริงๆ แล้ว ผมอ่านหนังสือเล่มนี้ให้ลูกๆ ฟังในตอนที่พวกเขายังเล็กๆด้วย  มันเป็นเรื่องราวเกี่ยวกับมิตรภาพ เกี่ยวกับความภักดี และ การปกป้องเพื่อนๆ ของคุณ และมันก็เป็นเรื่องราวที่แสดงให้เห็นว่า แม้กระทั่งเด็กหญิงตัวน้อยก็สามารถช่วยยักษ์ใหญ่แก้ปัญหาที่ใหญ่ที่สุดของเขาได้  ดาห์ลสร้างเรื่องราวต่างๆ ขึ้นมาเพื่อเล่าให้ลูกๆ หลานๆ ฟัง แต่เขาก็มักลังเลที่จะเขียนเรื่องราวเหล่านั้นออกมาครับ ตอนที่ผมเล่าเรื่องราวที่ลูกๆ ผมชอบเป็นพิเศษให้พวกเขาฟัง พวกเขาก็จะขอให้ผมสร้างหนังเกี่ยวกับเรื่องพวกนั้นโชคดีที่ท้ายที่สุด ดาห์ลก็ยอมแบ่งปันเรื่องราวของเขากับคนทั้งโลก และเราทุกคนก็ยินดีกับมันครับ” สปีลเบิร์ก  ผู้กำกับเล่า

กลางดึกในค่ำคืนหนึ่ง ในตอนที่เด็กและผู้ใหญ่ทุกคนหลับใหล สิ่งที่อยู่ในโลกมืดทั้งหลายจะออกมาจากที่หลบซ่อนและเพลิดเพลินกับโลกใบนี้ นั่นคือสิ่งที่มีคนบอก  โซฟี เด็กหญิงวัย 10 ขวบ ผู้โตเกินวัย เอาไว้และนั่นก็คือสิ่งที่เธอเชื่อสนิทใจ ระหว่างที่เธอนอนกระสับกระส่ายอยู่บนเตียงของเธอที่บ้านเด็กกำพร้าในลอนดอน ระหว่างที่เด็กหญิงคนอื่นๆ ในบ้านเด็กกำพร้านอนฝันอยู่นั้น โซฟีกลับเสี่ยงทำลายหนึ่งในกฎมากมายของ คุณนายคลองเกอร์ส เพื่อลุกขึ้นจากเตียง  เธอสวมแว่นตา โน้มตัวออกไปนอกหน้าต่าง เพื่อมองโลกภายนอกท่ามกลางความเงียบงันของค่ำคืนภายใต้แสงจันทร์ส่องสว่าง ด้านนอกท่ามกลางแสงสีเงินเรืองรอง ท้องถนนที่เธอคุ้นชิน กลับดูเหมือนหมู่บ้านในเทพนิยายมากกว่าหมู่บ้านที่เธอรู้จัก และในความมืดนั้น เธอเห็นอะไรบางอย่างที่ยาวและสูง…สูงมากๆ อะไรบางอย่างนั้นคือ  “ยักษ์ใหญ่”  ผู้พาโซฟีไปยังดินแดนบ้านเกิดของเขาที่อยู่ไกลแสนไกล โชคดีสำหรับโซฟีเขาเป็นยักษ์ใหญ่หัวใจหล่อ ที่ไม่เหมือนกับชาวเมืองคนอื่นๆ ในเมือง ยักษ์ ย.จ.ล. เจ้าของร่างยักษ์ 24 ฟุต ผู้มีหูขนาดมหึมาและ ประสาทรับกลิ่นเป็นเยี่ยม เป็นยักษ์ทึ่มผู้น่ารักและมักจะอยู่ตามลำพังเป็นส่วนใหญ่ พี่น้องของเขาตัวใหญ่กว่าเขาสองเท่า น่ากลัวกว่าเป็นสองเท่า แถมกินคนซะด้วย แต่ ย.จ.ล.เป็นมังสวิรัติ และยังชีพอยู่ได้ด้วยการกินผักน่าขยะแขยงที่มีชื่อว่า สนอซคัมเบอร์

หลังจากที่มาถึงเมืองยักษ์ ตอนแรกโซฟีรู้สึกกลัวยักษ์ผู้ลึกลับตนนี้  แต่ไม่นานเธอก็ตระหนักได้ว่า จริงๆ แล้ว ย.จ.ล.เป็นยักษ์อ่อนโยนและน่ารัก และด้วยความที่เธอไม่เคยเจอยักษ์มาก่อน เธอก็เลยเต็มไปด้วยคำถาม ย.จ.ล.พาโซฟีไปยังเมืองฝัน  ที่ซึ่งเขาเก็บรวบรวมความฝันและส่งมันไปให้กับเด็ก ๆ  สอนเธอทุกเรื่องเกี่ยวกับ เวทมนตร์และความลึกลับของความฝน ด้วยความที่ทั้งคู่ต่างก็อยู่ตามลำพังในโลกมา จนกระทั่งตอนนี้มิตรภาพที่คาดไม่ถึง …จึงผลิบาน แต่การอยู่ในเมืองยักษ์ของโซฟีดึงดูดความสนใจจากยักษ์ตนอื่นๆ ผู้ก่อพฤติกรรมก่อกวนมากขึ้นเรื่อยๆ ไม่นานนัก โซฟี และ ย.จ.ล. ก็ได้เดินทางไปยังลอนดอน เพื่อพบพระราชินีและเตือนพระองค์ให้รับทราบถึงสถานการณ์อันตรายจากพวกยักษ์ แต่ก่อนอื่นพวกเขาต้องทำให้พระองค์เชื่อว่ายักษ์มีตัวตนอยู่จริง  และพวกเขาก็ร่วมกันคิดวางแผน ที่จะกำจัดยักษ์ทั้งหมดให้หมดสิ้นไป

THE-BFG-2

THE-BFG-1

THE-BFG-12

THE-BFG-9

THE-BFG-10

THE-BFG-8

THE-BFG-6

THE-BFG-4

THE-BFG-7

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *