กว่าจะมาเป็นโลกของสโนว์เดน “Snowden – อัจฉริยะจารกรรมเขย่ามหาอำนาจ”

กองถ่ายมีเรื่องให้ต้องกังวลอย่างที่คนทำหนังส่วนใหญ่ไม่ต้องนึกถึงมาก่อน…

เรื่องราวของสุดยอดแฮ็คเกอร์อาจเป็นแม่เหล็กดึงดูดแฮ็กเกอร์สารพัดประเภทเข้ามาไม่ว่าจากภายในหรือภายนอกรัฐบาล

ผู้อำนวยการสร้าง เอริก โคเพลอฟฟ์ ซึ่งร่วมงานกับสโตนในหนังหลายเรื่องกล่าวว่า เขาไม่สงสัยเลยว่า NSA จะต้องจับตาดูพวกเขาอยู่ เวลาทำหนังประเภทนี้ คุณต้องคอยเหลียวหลังเอาไว้ตลอดเวลา แต่คุณจะใช้ชีวิตอยู่กับความกลัวไม่ได้หรอก

ความปลอดภัยและการเข้ารหัสกลายเป็นเรื่องสำคัญอย่างยิ่งสำหรับทีมผู้สร้าง…

“เราใช้มาตรการเฝ้าระวังเป็นพิเศษ” สโตนกล่าว “เราปิดกั้นระบบ เราไม่นำข้อมูลใดๆ ขึ้นทางออนไลน์ เราใช้การส่งของด้วยมือ และมีการลงรหัสข้อมูลด้วย ถ้านักแสดงจำเป็นต้องอ่านบท เราอาจยอมให้เปิดขึ้นบนจอได้เฉพาะในบางเวลาและในบางสถานที่เท่านั้น”

ข้อมูลถูกเก็บไว้ในรูปแบบอนาล็อกให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ ทีมผู้สร้างถึงขั้นต้องตรวจบริเวณออฟฟิซเพื่อหาเครื่องดักฟัง “ผมหวังว่า NSA คงไม่มาตามเอาเรื่องกับผมนะ” สโตนกล่าว “ผมคิดว่าพวกเขาน่าจะไม่มายุ่งกับเรา ผมคิดว่าหนังนำเสนอออกมาในแง่ความเป็นมนุษย์มากกว่าที่จะไปหักหน้าพวกเขา

สโตนยอมรับว่า…

เรื่องราวของเอ็ดเวิร์ด สโนว์เดนยังไม่มีทีท่าว่าจะจบสิ้นลง “เขาทำงานเกี่ยวกับโครงการปฏิรูปรัฐธรรมนูญซึ่งเกี่ยวข้องกับประเด็นทางอินเตอร์เน็ต เขาให้ความเห็นเรื่องการพัฒนาต่างๆ อย่างต่อเนื่อง เขามีบัญชี Twitter และแสดงความคิดเห็นอย่างเปิดเผย

ส่วนเรื่องที่ว่าเขาจะมีโอกาสได้รับการไต่สวนอย่างยุติธรรมในสหรัฐหรือเปล่านั้นยังคงยากจะบอกได้ด้วยข้อกล่าวหาที่โอบามาและกระทรวงยุติธรรมใช้กล่าวโทษเขาภายใต้กฎหมายการจารกรรม แต่มันอันตรายสำหรับประเทศของเรา”

โคเพลอฟฟ์เปรียบเทียบประเด็นที่สโนว์เดนหยิบยกขึ้นมากับการต่อสู้เพื่อสิทธิขั้นพื้นฐานอีกเรื่องหนึ่งที่กำลังดำเนินอยู่ “ถ้าเกิดผมบอกคุณว่าผมจะเอาสิทธิตามบทบัญญัติแก้ไขข้อที่หนึ่งของคุณไปล่ะ คุณไม่จำเป็นต้องมีอิสระในการพูดหรอกเพราะตอนนี้คุณก็ไม่มีอะไรจะพูดนี่

มันยอมรับไม่ได้อยู่แล้ว นั่นไม่ใช่อเมริกา เราทุกคนอยากมีความปลอดภัย แต่คุณจะเข้าไปสอดส่องชีวิตผู้คนผ่านอีเมล ข้อความ และข้อมูลในฮาร์ดไดรฟ์ตามอำเภอใจไม่ได้หรอก นี่ไม่ใช่แค่เรื่องของวันนี้ แต่เป็นเรื่องของผลกระทบในอนาคตข้างหน้าด้วย

สโตนไม่ได้นึกฝันว่าเขาจะเปลี่ยนโลกได้ด้วยหนังเรื่องนี้…

“เป้าหมายของผมในที่นี้คือการเล่าเรื่องราวดรามาที่หนักแน่นเท่านั้นเอง” สโตนกล่าว

“คนบางคนอาจไม่เข้าใจ ประเทศของเราชื่นชอบหนังแอ็คชันฟอร์มใหญ่และความรุนแรง หนังเรื่องนี้ไม่มีการยิงกันหรือการไล่ล่า เรามุ่งนำเสนอเอ็ดเวิร์ด สโนว์เดนตัวจริง ซึ่งยังเป็นคนหนุ่มที่มีพลังและความกระตือรือร้น เขามีความคิดความอ่านที่ผ่านการกลั่นกรองมาเป็นอย่างดีว่าสหรัฐสามารถปกป้องตนเองได้อย่างไร เพราะเขาใส่ใจในเรื่องนี้จริงๆ สหรัฐมีสิทธิ์ที่จะปกป้องตัวเอง แต่ความแตกต่างระหว่างการใช้สิทธิ์นั้นกับการใช้มันในทางที่ผิดเป็นเรื่องใหญ่มากสำหรับเขา และผมก็เห็นด้วยในเรื่องนี้อย่างเต็มที่

“คำถามคือ คุณจะยอมทำมากแค่ไหนเพื่อหยุดยั้งสิ่งที่คุณเชื่อว่าเป็นการใช้อำนาจในทางที่ผิด”

 Snowden 

6 ตุลาคมนี้ในโรงภาพยนตร์

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *